7 กลยุทธ์การตลาดที่ผิดพลาด ทำผู้ประกอบการ,ธุรกิจ Startup พัง

More...

ไม่ว่าท่านจะ เป็นผู้ประกอบการ (Entreprenuer), เป็น Startups ที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจแบบไหนก็ตาม ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ...

​นั้นจะความผิดพลาดในการใช้ "กลยุทธ์การตลาด" ที่ผู้ประกอบการมักทำผิดพลาดซ้ำๆ กันอยู่เสมอ

ซึ่งผู้ประกอบการ ที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจแบบ Startup นั้นต้องหาวิธีการหลีกเลี่ยง และเอาชนะความท้าทายในการใช้กลยุทธ์การตลาด และแผนการตลาดที่ผิดพลาดที่ท่านต้องเผชิญ อย่างเช่นการ...

การจำกัดค่าใช้จ่าย,การจำกัดต้นทุน และวัตถุดิบ ,จำกัดค่าใช้จ่ายในการสร้างแบรนด์  และที่สำคัญ

​"การรู้จักว่าเวลาไหนควรจะโยนเงินลงไปทำการตลาด นั้นเป็นกุญแจดอกสำคัญในการสร้างความสำเร็จของผู้ประกอบการที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจ"

ซึ่งในวันนี้ผมมีการใช้กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) และการทำการตลาด ที่ผิดพลาดที่ผู้ประกอบการ ที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจทั้งหลายทำผิดซ้ำๆ เป็นประจำ

​7 กลยุทธ์การตลาดที่ผิดพลาด ที่ทำให้ผู้ประกอบการ ,สตาร์ทอัพ Startup พังตั้งแต่เริ่มต้น

1. ทุ่มเงินทำการตลาด "ในตลาดที่ใหญ่เกินตัว" ทั้งที่ยังไม่พร้อม

มันเป็นเรื่องแน่นอนที่ผู้เริ่มต้นสร้างธุรกิจนั้นอยากเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วตั้งแต่ก้าวแรก โดยการทุ่มทำโฆษณาผ่านสื่อต่างๆในหลาย

การสร้างบูทโชว์สินค้าอย่างเลิศหรูในงานแสดงสินค้าต่างๆ...ทำโฆษณา ในช่องทางที่คนเห็นมากๆ เพื่อทำให้แบรนด์ หรือสินค้าของท่านเป็นที่รู้จัก อย่างเช่น การใช้ใบปลิว,สื่อสิ่งพิมพ์ ,โทรทัศน์ หรือ วิทยุ...

แต่ช้าก่อน!!! คุณกำลังละลายค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่มีในการสร้างธุรกิจไปตั้งแต่เริ่มต้น...

ซึ่งถ้าผลตอบรับที่ได้เป็นไปในทางที่ดีก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าผลตอบรับที่ได้นั้นผิดพลาด ไม่ได้ตามเป้าหมาย แถมทำให้ท่านขายของไม่ได้...

แล้วท่านก็จะไม่เหลือเงินทุนไว้ใช้รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าการทำการตลาดของคุณนั้นเหมาะกับตลาดแบบไหน จงเริ่มลงมือทำการทดลองตลาดในหลายรูปแบบด้วยเงินทุนก้อนเล็กๆ ก่อนกับแคมเปญโฆษณาที่แตกต่างกันไป...

จากการโฆษณาในสื่อออนไลน์ อย่างเช่นกูเกิล ,เฟสบุ๊ค ,ยูทูป ในช่วงเวลาที่คุณกำหนด (อย่างเช่น ประมาณ 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน) และที่สำคัญคือ...

คุณต้องตรวจสอบผลตอบรับจาก ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายที่ตอบสนองกับแคมเปญโฆษณาของคุณอย่างใกล้ชิด

เมื่อคุณรู้ว่าผู้บริโภคกลุ่มไหนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก แล้วจึงเลือกใช้ข้อความ,ใช้ฟรีวิดีโอที่เหมาะสมกับแคมเปญโฆษณา และแผนการตลาดหลักที่ท่านจะใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อทำให้แบรนด์สินค้าของคุณเป็นที่รู้จัก

2. ใช้ข้อความ หรือสื่อสารในช่องทางที่ผิด

มีช่องทางทำการตลาดนับไม่ถ้วนที่ท่านสามารถใช้ในการดึงดูดลูกค้า แต่สิ่งที่จะบอกว่าช่องทางไหนเป็นช่องทางที่ถูก หรือผิด

นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครคือผู้รับสาร? (ผู้บริโภค, กลุ่มลูกค้า) ที่ท่านส่งออกมา เขา/เธอเหล่านั้นเข้าใจ และตอบสนองต่อข้อความของท่านมากแค่ไหน...

ท่านนั้นต้องมีช่องทางหลายช่องทางเพื่อเข้าหาผู้รับสารกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในสินค้าของท่าน

​เพราะผู้รับสารนั้นจะกระจายอยู่ในช่องทางที่ต่างกันท่านต้องหาให้เจอว่าช่องทางไหนที่ผู้รับสารให้ผลลัพธ์กลับมาสูงที่สุดซึ่งคุณต้องมุ่งไปทางนั้น ช่องไหนที่ไม่ให้ผลลัพธ์ต้องเลิกใช้ทันที

3. ขยายขนาดของทีมการตลาดของท่านเร็วเกินไป

ท่านอาจจะคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำให้แบรนด์ของท่านเป็นที่รู้จัก นั้นคือการทุ่มเงินจ้างทีมนักการตลาดมือหนึ่งมาทำงานให้ท่านแบบเต็มเวลา...

ซึ่งสิ่งที่ผมแนะนำก็คือ....อย่าทุ่มเงินเพื่อขยายทีมการตลาดของท่านตั้งแต่เริ่มต้น ....

ซึ่งทำให้ท่านมีรายจ่าย และเพดานเงินเดือนพนักงานของคุณสูงขึ้น ท่านสามารถแก้ปญหานี้ด้วยการจ้างคนนอกจาก เอเจนซี่โฆษณา, ฟรีแลนซ์, นักเรียนการตลาดฝึกหัดมาช่วยงานท่าน

 ในช่วงเวลาที่กำหนด แทนที่การจ้างเจ้าหน้าที่การตลาดแบบเต็มเวลา

4. ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสร้างแบรนด์ของท่านให้สมบูรณ์แบบที่สุด

มีผู้ที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจใหม่หลายๆ คน(องค์กร) ที่ทำการเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนแปลงแบรนด์ของเขาใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบเว็บไซต์ของเขาซ้ำแล้ว ซ้ำอีก

 เสียเงินซ้ำๆ ไปกับการทำให้แบรนด์ของเขาสมบูรณ์แบบที่สุด(ซึ่งมันไม่มีวันสิ้นสุด) ซึ่งทำให้ท่านเสียเวลา และโอกาสที่จำโปรโมทแบรนด์

หรือการทำการโปรโมทแบรนด์ของท่านแบบมากเกินไปในช่องทางต่างๆ ซึ่งถ้าทำมากเกินไปนั้นทำให้น่ารำคาญ จนผู้บริโภคนั้นปฏิเสธท่าน มากกว่าอยากรู้จักแบรนด์ของท่าน

​การใช้พิธีการที่ช่วยให้คุณประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายก็คือ อย่ารอช้าที่จะเปิดตัวเว็บไซต์ เพื่อที่จะได้รับข้อมูล และความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ใช้งานจริง

​แล้วจึงทำการปรับแต่งให้เว็บไซต์ที่เป็น ที่ต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้นการฟังเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับแบรนด์หรือเว็บไซต์ของคุณก่อนทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ นั้นคือสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

5. ไม่จำเป็นที่จะต้องฟังทุกความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำการตลาด

เมื่อพูดถึงเรื่องการตลาดในองค์กรนั้น ก็จะมีหลายความคิดๆ จากหลายคนๆ ในองค์กรที่ต้องการให้ทำตามความคิดเห็นของเขา...

​ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้มีหน้าที่ตัดสินใจกำหนด แผนการตลาดตามทุกๆ คำแนะนำ

ท่านไม่จำเป็นที่จะต้องบอกทุกคนเรื่องการกลยุทธ์การตลาดขององค์กร กับทุกคน ไม่ว่าจะลูกน้องต่างแผนก,ครอบครัว,เพื่อนของท่าน แต่จงบอกกับคนเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดของท่าน

แต่จงบอกกับคนเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดของท่านเท่านั้น

ถ้าท่านสนใจข้อมูลเปลี่ยนชีวิตนี้ คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อไปดูข้อมูลทันที


6. พยายามไล่ตามคู่แข่งให้ทัน

แม้ว่าการรู้ว่าคู่แข่งของท่านกำลังทำอะไรอยู่นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากในการสร้างธุรกิจ หรือการคาดเดาในสิ่งที่คู่แข่งทำ, 

แม้ว่าการรู้ว่าคู่แข่งของท่านกำลังทำอะไรอยู่นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากในการสร้างธุรกิจ หรือการคาดเดาในสิ่งที่คู่แข่งทำนั้นจำเป็น แต่อย่าตกอยู่ในหลุมพรางในการพยายามไล่ตามคู่แข่งให้ทัน

คู่แข่งท่านอาจจะมีงบประมาณมากกว่า, มีลูกน้องหลายร้อยคนทำงานให้ , มีลูกค้ามากกว่า เมื่อการที่ท่านจะขยายขนาดของธุรกิจ/เพิ่มทุนของท่านเพื่อแข่งกับคู่แข่งนั้นเป็นไปไม่ได้...

ดังนั้นการที่ท่านมองหาไอเดียในการทำการตลาดที่แตกต่าง,เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายลูกค้าใหม่, ย้ายไปที่พื้นที่ทำการตลาดใหม่ ที่มีคู่แข่งน้อย (Blue Ocean) ซึ่งทำให้ท่าน ได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ นั้นเอง

7. ไม่สามารถวัดผลจากผลลัพธ์ของธุรกิจที่ได้

เมื่อท่านจ่ายเงินไปในการทำการตลาดนั้น....มีสิ่งสำคัญมากที่ต้องท่านต้องทำคือติดตามผลของข้อมูล (Data tracking) เพราะถ้าท่านไม่รู้ถึงผลตอบรับจากแคมเปญการตลาดของท่านแล้ว..

ท่านไม่มีทางรู้ถึงผลตอบแทนจากการลงทุน ROI (Return On Investment) ของท่านได้เลย

ในปี ค.ศ. 2557 การทำโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตนั้นเติบโตจาก 133 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไปเป็น 194.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ 

แต่ก็มีหลายๆ ผู้ประกอบการที่สูญเสียรายได้ที่อาจสูงถึง 84% เพราะไม่สามารถติดตามผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของตัวเองได้...

ดังนั้นทุกๆ แคมเปญการตลาดที่ท่านทำผ่านออนไลน์นั้น...ต้องมีโค้ดเพื่อติดตามผล (Tracking Code), สำหรับในใบปลิวหรือสิ่งพิมพ์นั้นต้องใส่เบอร์โทรศัพท์  ให้ติดต่อกลับ

หรือช่องทางให้ติดต่อกลับหาท่านทางไลน์ เฟสบุ๊ค, ใส่ URL เวบไซต์ในคูปองส่วนลด เพื่อดูสถิติคนที่เข้าเวบไซต์ของท่าน   

อย่ากลัวที่จะถามลูกค้าว่าเขารู้จักท่าน( หรือธุรกิจของท่าน) ได้อย่างไร?...ติดต่อมาจากช่องทางไหนบ้าง...

ท่านต้องมีช่องทางที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมต่อกลับมายังแคมเปญการตลาดของท่านให้ได้

ผมเชื่อมั่นว่าการที่ผู้ประกอบการ (entrepreneur) หรือผู้เริ่มต้นสร้างธุรกิจ Startup ทั้งหลายที่ได้รู้จักกับ 7 กลยุทธ์การตลาดที่ผิดพลาดนี้...จะไม่ทำผิดพลาดเหมือน Startup ทั้งหลาย

และที่สำคัญช่วยให้ท่านป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น และกำหนดกลยุทธ์การตลาดที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น และนำธุรกิจไปสู้ความสำเร็จที่ปรารถนาได้

ขอให้ความสำเร็จจงเป็นของทุกๆท่านครับ

กมลเวช เมืองศรี

ผมจะยินดี และขอบคุณมากๆ ถ้าผู้อ่านทุกท่านบอกผมว่า ผมจะช่วยพวกท่านได้อย่างไรบ้าง?...

หรือปัญหาของท่านคืออะไร?...ฝากความคิดเห็น...ข้อสงสัยของท่าน?

ในกล่อง Comment Box (ใต้คำว่า )Leave a Reply: และทั้งใน Facebook Comment ที่ด้านล่างนี้​




บทความที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีบทความที่เกี่ยวข้อง
kamolwech
 

Click Here to Leave a Comment Below 0 comments